เวทีเสวนา มธ.หวั่นสถานการณ์สิทธิฯแย่แม้หลังเลือกตั้ง ร้องสิทธิในการประท้วงจี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. 3/2558 เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการเสวนาเรื่อง “สิทธิในการประท้วง:หลักการปกป้องสิทธิมนุษยชนในการประท้วง โดยน.ส.พิมพ์สิริ เพชรรน้ำรอบ นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย กล่าวว่า ไม่เฉพาะรัฐบาลไทยแต่รัฐบาลหลายประเทศพยายามบิดเบือน

ว่าการประท้วงเป็นสิ่งชอบธรรมในการเปลี่ยนรัฐบาล  อย่างไรก็ตามแม้จะมีกลุ่มผู้ประท้วงบางคนใช้ความรุนแรงแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างข้ออ้างของรัฐบาลในการสลายการชุมนุม ยกตัวอย่างการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 ทั้งนี้การประท้วงไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลเท่านั้น แต่อาจเป็นการประท้วงเพื่อเรียกร้องทางด้านเศรษฐกิจ หรือการคอร์รัปชั่นเหมือนที่เกิดขั้นในเกาหลีใต้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้กฎหมายหลักหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญควรเปลี่ยนข้อความจากการชุมนุมอย่างสงบซึ่งเป็นหลักทั่วไปอยู่แล้ว มาเป็นสิทธิในการชุมนุมอย่างสันติ และรัฐมีหน้าที่เพื่อปกป้องสิทธิในการชุมนุมพื้นฐานของคนทุกกลุ่ม

นายรังสิมันต์ โรม แกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า ในระบบกฎหมายไทยถึงแม้รัฐบาลจะลงนามตามพันธกรณีระหว่างประเทศใดๆ หากไม่มีการปรับกฎหมายไทยให้สอดรับก็จะเป็นปัญหาโดยเฉพาะในขั้นตอนกระบวนการทางศาล  เมื่อศาลไม่ให้ความสำคัญกับพันธกรณีระหว่างประเทศแต่จะให้ความสำคัญกับคำสั่งของผู้มีอำนาจในช่วงเวลานั้นๆ นอกจากนั้นอำนาจรัฐไทยไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ จึงเป็นปัญหาในการใช้กฎหมาย ทั้งนี้ในการชุมนุมถึงแจ้งชุมนุมก่อนการชุมนุมก็โดนดำเนินคดีอยู่ดี ซึ่งต่อให้เรามีเลือกตั้งแนวปฏิบัติแบบนี้ก็จะยังอยู่หรือไม่ และระยะเวลาในการใช้กฎหมายในลักษณะนี้ยิ่งจะเป็นการสอนให้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการทางการกฎหมายในการสกัดกั้นการชุมนุม แม้มีรัฐบาลเลือกตั้งตราบใดที่ยังมีพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และกฎหมายอาญา มาตรา 116  และตนคิดว่ารัฐไทยไม่ได้มีท่าทีที่ดีต่อการประท้วงเลย และเราไม่มีชุดความคิดในเรื่องสิทธิในการประท้วงสิทธิในการชุมนุม ตนห่วงว่าสถานการณ์แม้จะมีการเลือกตั้งแต่สิทธิในการประท้วงก็จะยังไม่ดีขึ้น เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่เป็นปัญหาอยู่. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews